ไอบีเอ็ม วางยุทธศาสตร์ขยายตลาดต่างจังหวัด ชิมลางเปิดสำนักสาขาเชียงใหม่เป็นแห่งแรก หมายปักธงรบตลาดภาคเหนือตอนบน เชื่อเศรษฐกิจส่งสัญญาณดี ผลักไอทีโตกว่าจีดีพีประเทศ 2 เท่า
ชี้ปัญหาการเมืองเป็นโอกาสนำเสนอเครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยงลูกค้า
นายธันวา เลาห์ศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่ากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สำคัญของบริษัทปีนี้ คือ การมุ่งขยายตลาดต่างจังหวัด โดยต้องการลงไปใกล้ชิดกับคู่ค้าและลูกค้า เพื่อจะได้เข้าใจความต้องการของตลาด และสามารถตอบสนอง
ความต้องการของลูกค้า โดยล่าสุดได้จัดตั้งสำนักงานสาขาเชียงใหม่ขึ้นมา ซึ่งถือเป็นสำนักงานสาขาภูมิภาคแห่งแรก เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่, เชียงราย ,แม่ฮ่องสอน ,ลำพูน, ลำปาง ,แพร่ ,น่าน และพะเยา โดยขณะนี้ไอบีเอ็มมีพันธมิตรทางธุรกิจในภาคเหนือประมาณ 100 ราย ซึ่งแบ่งเป็นพันธมิตรในเชียงใหม่จำนวน 20 ราย ซึ่งเบื้องต้นจะมีพนักงานประจำสาขาดังกล่าว 11 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งการให้บริการคำปรึกษาธุรกิจกับลูกค้า ส่วนระบบหลังบ้าน รวมถึงการตลาดยังใช้ทรัพยากรจากส่วนกลาง
โดยสาเหตุที่เลือกเชียงใหม่ จัดตั้งสาขาขึ้นมาเพราะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ เป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือในทุกด้าน ตั้งแต่ศูนย์กลางการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเชียงใหม่ 5.3 ล้านคน คิดเป็น 4 เท่าของจำนวนประชากรเชียงใหม่ และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษา โดยมีสถาบันอุดมศึกษา 9 แห่ง มีจำนวนนักเรียนนักศึกษา 400,000 คน มีอาจารย์ 21,000 คน รวมไปถึงด้านการคมนาคม ที่ต้องการศูนย์กลางการขนส่ง หรือ โลจิสติกฮับ และการแพทย์ ที่เชียงใหม่มีโรงพยาบาลรัฐและเอกชน 47 แห่ง โดยมีความต้องการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางให้บริการด้านการแพทย์ หรือ เมดิคัล ฮับ
นอกจากนี้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมไอทีในภาคเหนือ อาทิ ซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน และไอทีเอาต์ซอร์ซซิ่ง อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนและการค้าในจังหวัดเชียงใหม่อย่าง ต่อเนื่องตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการและเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคนี้ให้มีความเข้มแข็ง และสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้มีลักษณะของวัฒนธรรมเฉพาะ
“เชียงใหม่มีเฟสการใช้งานไอทีต่างจากกรุงเทพฯ ซึ่งภายใต้แนวคิดสมาร์ท แพลนเน็ต ของไอบีเอ็มนั้นลูกค้าองค์กรในกรุงเทพ ฯมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีไอบีเอ็มไปใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ แต่เชียงใหม่ยังไม่ถึงเฟสนั้นแต่ก็มีองค์กรหลายแห่งเริ่มนำไอทีไปใช้ ซึ่งเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน โดยองค์กรที่ต้องการเป็นรีดเดอร์ และมีศักยภาพ คงไม่รอ มีการลงมุนไอทีเพื่อสร้างธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างมั่นคง”
ส่วนแผนการขยายสาขาภูมิภาคไปยังหัวเมืองอื่นนั้นขณะนี้อยู่ในแผน โดยคาดว่าจะเป็นหัวเมืองภาคอีสาน ที่นครราชสีมา หรือ ขอนแก่น อย่างไรก็ตามต้องขอดูผลจากการขยายสาขาเชียงใหม่ก่อน โดยบริษัทต้องการเติบโตอย่างมั่นคง ส่วนตัวเลขการเติบโตในเชียงใหม่นั้นไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ ที่มีการเติบโต (Growth Market) ซึ่งเชื่อว่ามีตัวเลขการเติบโตมากกว่า 2 หลักแน่นอน
โดยปีนี้เศรษฐกิจมีการเติบโต ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเมื่อไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว ทำให้ภาคธุรกิจมีความมั่นใจ มีการลงทุนไอทีเข้าไปสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโต และมีความต้องการรู้จักลูกค้ามากขึ้น ต่างจากปีที่ผ่านมาที่องค์กรมีการลงทุนไอที เพื่อลดค่าใช้จ่าย และต้นทุน ซึ่งโดยปกติตลาดไอทีจะมีตัวเลขการเติบโตสูงกว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ หรือ จีดีพี ประมาณ 2 เท่าตัว ซึ่งในส่วนของไอบีเอ็มนั้นตั้งเป้าการเติบโตไว้สูงกว่าอุตสาหกรรม แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเป้าหมายการเติบโตชัดเจนได้
ส่วนปัญหาด้านการเมืองนั้นเป็นปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งหากบริษัทกังวลกับปัญหาดังกล่าวก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ โดยจะต้องมองไปข้างหน้า เมื่อมีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นน่าจะเป็นโอกาสให้บริษัทสามารถนำไอที เข้าไปเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ลูกค้าว่าจะต้องปรับตัว เพื่อรองรับสถานการณ์อย่างไร

